การทำวิจัยรัฐศาสตร์ (Political Science)

การทำวิจัยรัฐศาสตร์  วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์ (Political Science)

บทความ ไอเดีย แนวคิดพื้นฐาน ไปสู่การเลือกหัวข้อวิจัย การทำวิจัยรัฐศาสตร์  วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์

การทำวิจัยรัฐศาสตร์ วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์ (Political Science)  เป็นกระบวนการแสวงความรู้ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทางด้านรัฐศาสตร์อย่างเป็นวิชาการ ที่มีระเบียบแบบแผน มีหลักเหตุผลที่เป็นที่ยอมรับในแต่ละสาขาวิชาย่อยของรัฐศาสตร์ มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาที่ แน่นอน เพื่อให้ได้ข้อมูลหรือคำตอบที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และความก้าวหน้าทางวิชาการด้าน

การวิจัยทางรัฐศาสตร์ เชิงปริมาณเป็นการแสวงหาความรู้ในสาขาต่างๆ ของรัฐศาสตร์ในเชิงประจักษ์ เพื่­อบรรยายลักษณะ ทำนายความสัมพันธ์ หรืออธิบายความสัมพันธ์เชิงตรรกะของปรากฏการณ์ทางรัฐศาสตร์ โดยการใช้ทฤษฎี หรือกรอบแนวคิดทางรัฐศาสตร์และ/หรือศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นแนวทางในการสร้างกรอบและดำเนินการศึกษา มีกระบวนการดำเนินงานและอาศัยระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งเน้นการใช้ตัวเลข เป็นหลักฐานและการวิเคราะห์เชิงสถิติ และอาศัยกฏของความน่าจะเป็นในการอธิบาย ผลการวิจัยให้มีความแม่นยำและเชื่อถือได้

การวิจัยทางรัฐศาสตร์ อธิบายถึงการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์ โดยในส่วนแรกจะเป็นการอธิบายโดยสังเขปว่ารัฐศาสตร์คืออะไรและมีขอบเขตการศึกษาครอบคลุม ถึงประเด็นใดบ้าง ต่อจากนั้นจะเป็นการอธิบายถึงความหมายของการวิจัย การวิจัยทางรัฐศาสตร์ และความหมาย ความสําคัญและประโยชน์ของการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์ ในส่วนต่อไป จะอธิบายถึงลักษณะที่ดีของการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์และลักษณะของการศึกษาที่ไม่ถือว่า เป็นการวิจัย ในส่วนท้ายของบทจะเป็นการอธิบายถึงจรรยาบรรณของนักวิจั

ปัญหาการวิจัย ชื่อเรื่องงานวิจัยและวัตถุประสงค์การวิจัยเชิงปริมาณ การทำวิจัยรัฐศาสตร์ วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์

ปัญหาการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์ (Qunititative research question in Political Science) หมายถึง ประเด็นทางรัฐศาสตร์ที่นักวิจัยมีความสงสัยและต้องการคําตอบจากข้อสงสัยนั้น การกําหนดปัญหาการวิจัยมีความสําคัญมากที่สุดในการทําวิจัยเนื่องจากสามารถเอื้อให้การวิจัยนั้น ประสบความสําเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เป็นอย่างดี และมีปัญหาในการดําเนินการน้อยที่สุด

ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์มีความสัมพันธ์อย่างมากกับการกําหนด วัตถุประสงค์และสมมติฐาน โดยอาศัยวิธีการทบทวนทฤษฎี แนวคิดและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กับการวิจัยทางรัฐศาสตร์ ดังนั้นหากผู้วิจัยสามารถกําหนดปํญหาการวิจัยได้ดี มีความเหมาะสม และสามารถเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ก็จะทําให้การทํางานของผู้วิจัยนั้นมีปัญหาและ/หรืออุปสรรค น้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม การกําหนดปัญหาการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ อันดับต้น ๆ ของนักวิจัยที่มีประสบการณ์น้อย โดยในการเริ่มทําวิจัยนั้นนักวิจัยหน้าใหม่นั้น อาจจะมีความลําบากและความสับสนในช่วงแรก โดยไม่ทราบว่างานวิจัยของตนนั้นจะต้องเริ่ม จากอะไร และจะต้องทําสิ่งใดเป็นสิ่งแรกเพื่อให้ได้มาซึ่งปัญหาการวิจัย เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีงานวิจัย

สมมติฐาน

ตามที่ได้อธิบายในหัวข้อที่ผ่านมา สำหรับ การวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์นั้น  มักจะมีการกำหนด สมมติฐานเพื่อเป็นการคาดคะเนคำตอบการวิจัยไว้ล่วงหน้า ดังนั้นในบทที่ 5 จะเป็นการอธิบายถึง ความหมายของสมมติฐาน วัตถุประสงค์ในการตั้งสมมติฐาน ลักษณะ ประเภทและการทดสอบ สมมติฐาน ผลที่ได้จากการทดสอบสมมติฐาน ขั้นตอนและความผิดพลาดในการทสอบสมมติฐาน และระดับนัยสำคัญ รายละเอียดมีดังต่อไปนี้

ความหมายของสมมติฐาน สมมติฐาน (Hypothesis) หมายถึง ข้อสมมติหรือข้อความที่ผู้วิจัยคาดคะเนไว้ล่วงหน้า อย่างมีเหตุผลซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ และเมื่อผ่านการพิสูจน์แล้วข้อความนั้น ๆ อาจจะเป็นจริงหรือไม่จริง ก็ได้ (Cozby, 2004, p. 374; Mcintyre, 2005, pp. 52-54; Muijs, 2011, p. 7) วัตถุประสงค์ในการตั้งสมมติฐานในการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์ การตั้งสมมติฐานมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของงานวิจัย โดยผู้วิจัยสามารถ กำหนดเป็นข้อความบอกเล่าที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรของงานวิจัยอย่างน้อย 2 ตัว ซึ่งสามารถช้อธิบายตัวแปรใน 2 ลักษณะ คือ 1) ลักษณะเปรียบเทียบระหว่างตัวแปรและ 2) ลักษณะ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร

ข้อมูลและตัวแปรในการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์

ในการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์นั้น ประเด็นสำคัญประการหนึ่งที่ผู้วิจัยจำเป็น ต้องมีความรู้อย่างถูกต้องและลึกซึ้งคือประเด็นเรื่องข้อมูลและตัวแปร ดังนั้นรายละเอียดในบทที่ 6 จะเป็นการอธิบายประเด็นทั้งสองประเด็น ได้แก่ 1) ข้อมูล และ 2) ตัวแปร โดยในส่วนแรกจะเป็น การอธิบายถึงความหมายและประเภทของข้อมูล และในส่วนที่สองจะเป็นการอธิบายถึงความหมาย ประเภทและมาตราหรือระดับการวัดของตัวแปร

โดยทั้งสองส่วนมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ความหมายของข้อมูล ข้อมูล (Data) คือ รายละเอียด ข้อเท็จจริงหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นที่สามารถ แสดงออกมาได้หลายรูปแบบ เช่น ในรูปของภาพ ข้อความ หรือตัวเลข ในการทำวิจัยทุกครั้งข้อมูล จะถูกเก็บรวบรวมโดยใช้เครื่องมืออย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างผสมผสานกันตามความเหมาะสม ของข้อมูล และนำมากระทำตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัย เช่น พรรณนา เปรียบเทียบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ อธิบาย หรือสร้างแบบจำลอง เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ (Neuman, 2007, p. 7; Schreiber and Asner-Self, 2011, p. 230)

ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์

เป็นการอธิบายถึงความหมายของประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์ หลักการในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งนิยมกระทำโดยใช้วิธีการ 3 วิธี คือ 1) การพิจารณาจากขนาดของประชากร 2) การใช้ตาราง สำเร็จรูป และ 3) การใช้สูตรคำนวณ

นอกจากนี้ยังได้อธิบายว่าวิธีการสุ่มตัวอย่างสามารถจำแนก ได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ การสุ่มตัวอย่างแบบอาศัยความน่าจะเป็นและการสุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้ ความน่าจะเป็นและข้อผิดพลาดในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยมีรายละเอียดตามลำดับดังต่อไปนี้

ประชากร ประชากร (Population) หมายถึง สมาชิกทั้งหมดที่ผู้วิจัยต้องการศึกษา ทั้งนี้สมาชิกแต่ละ หน่วยในประชากรเรียกว่า หน่วยประชากร (Element) ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ซึ่งหน่วยที่ผู้วิจัยต้องการศึกษาอาจเป็นคน ครัวเรือน หมู่บ้าน สถานบริการหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของงานวิจัย (Pole, & Lampard, 2002, p. 32; McIntyre, 2005, p. 94; สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์, 254 1, หน้า 101) ตัวอย่างของประชากรการวิจัย มีดังตารางต่อไปนี้

รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำดุษฎีนิพนธ์
รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำดุษฎีนิพนธ์

เครื่องมือการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์

ในการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐตาสตร์นั้น ผู้วิจัยสามารถใช้เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลได้หลายประเภท โดยในการวิจัยเรื่องหนึ่งอาจใช้เครื่องมือในการวิจัยเพียงประเภทเดียว หรือจะใช้เครื่องมือมากกว่า 1 ประเภทก็ได้ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของบทที่ 8 คือ การอธิบายถึง รายละเอียดของเครื่องมือการวิจัย 5 ประเภท ได้แก่

1) แบบทดสอบ

2) แบบสอบถาม

3) แบบวัดเจตคติ

4) การสัมภาษณ์ และ

5) การสังเกต

พื่อให้ผู้วิจัยได้รับทราบรายละเอียดและนำไปประยุกต์ ใช้ในงานวิจัยของตน ซึ่งมีรายละเอียดตามลำดับดังต่อไปนี้ เครื่องมือการวิจัย เครื่องมือการวิจัย หมายถึง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลหรือวัดค่าตัวแปร ที่ผู้วิจัยต้องการศึกษา

ทั้งนี้ ในการศึกษาวิจัยทางด้านรัฐศาสตร์ไม่สามารถที่จะสร้างเครื่องมือสำหรับ วัดสิ่งที่มีความเป็นนามธรรมได้อย่างถูกต้อง สมบูรณ์และครบถ้วน ดังนั้น ในการวัดสิ่งที่เป็นนามธรรมนี้ ผู้วิจัยจำเป็นต้องสร้างเครื่องมือสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลหรือวัดค่าตัวแปรขึ้นมาเอง ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และเครื่องมือการวิจัยก็ได้ถูกสร้างและพัฒนาโดยมีหลายรูปแบบ ได้แก่

1) แบบทดสอบ (Test)

2) แบบสอบถาม (Questionnaire)

3) แบบวัดเจตคติ (Attitude)

4) การสัมภาษณ์ (Interview)

5) การสังเกต (Observation)

ทั้งนี้ ในการทำวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์เรื่องหนึ่งผู้วิจัย 9. สถิติการวิจัย ในการวิจัยทางรัฐศาสตร์หากผู้วิจัยออกแบบการวิจัยให้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ หรือการวิจัยผสมผสานระหว่างงานวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพก็มีความจำ เป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักสถิติ วัตถุประสงค์หลักของบทที่ 9 นี้คือ การอธิบายถึงความหมาย ของสถิติ ประเภทของสถิติและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญนักวิจัยต้องมีทักษะ และความสามารถในการนำสถิติมาประยุกต์ใช้ในการนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยของตนให้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายของสถิติ

ความหมายของสถิติมี 2 นัยยะ ใหญ่ ๆ ดังนี้ นัยยะที่ 1 สถิติ หมายถึง ตัวเลข (numeral) ที่แสดงข้องเท็จจริงของข้อมูล (numerical facts) เรื่องใดเรื่องหนึ่ง นัยยะที่ 2 สถิติ หมายถึง ศาสตร์ที่ใช้ในการดำเนินการศึกษาข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การตีความข้อมูลและการสรุปข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเพื่อนำไป อ้างอิงไปยังลักษณะของประชากร

การเขียนรายงานการวิจัยด้านรัฐศาสตร์

หลังจากที่ได้อธิบายถึงกระบวนการในการทำวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์ การวิเคราะห์ และการแปรผลการวิจัยไปแล้วในบทต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ ในบทนี้จะเป็นการอธิบายถึงการเขียนรายงาน วิจัยและการเขียนรายงานการวิจัยในวารสาร ซึ่งการเขียนรายงานทั้งสองรูปแบบนี้เป็นขั้นตอนที่ผู้วิจัย จะกระทำหลังจากที่ได้ศึกษาค้นคว้าจนได้พบความจริงและได้รับความรู้ใหม่ ๆ ตามที่กำหนดไว้ใน วัตถุประสงค์ของงานวิจัย

โดยผู้วิจัยจะต้องเรียบเรียงและอธิบายเนื้อหาต่าง ๆ ในงานวิจัยได้อย่างเป็น ระบบและมีระเบียบแบบแผนเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริง หรือความรู้ที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้า เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการส่งเสริมองค์ความรู้ทางวิชาการให้มีความก้าวหน้าต่อไป การเขียนรายงานวิจัยและส่วนประกอบของรายงานการวิจัย

ในการเขียนรายงานการวิจัยทางรัฐศาสตร์มีลักษณะและรูปแบบกับการเขียนรายงาน การวิจัยในสาขาวิชาอื่น ในส่วนนี้จะเป็นการอธิบายการเขียนรายงานการวิจัย ซึ่งเนื้อหาจะประกอบไป ด้วยส่วนประกอบของรายงานการวิจัยและข้อคำนึงในการเขียนรายงานการวิจัย ส่วนประกอบของการรายงานการวิจัย สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) ส่วนตอนต้น 2) ส่วนเนื้อหา 3) ส่วนตอนท้ายหรือส่วนบรรณานุกรมและภาคผนวก

การวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์

การวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์ เป็นการแสวงหาความรู้ในสาขาต่าง ๆของรัฐศาสตร์ในเชิงประจักษ์ เพื่อบรรยายลักษณะ ทำนายความสัมพันธ์ หรืออธิบายความสัมพันธ์เชิงตรรกะของปรากฎการณ์ทางรัฐศาสตร์ โดยการใช้ทฤษฎี หรือกรอบแนวคิดทางรัฐศาสตร์และ/หรือศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นแนวทางในการสร้างกรอบและดำเนินการศึกษา มีกระบวนการดำเนินงานและอาศัยระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งเน้นการใช้ตัวเลข เป็นหลักฐานและการวิเคราะห์เชิงสถิติ และอาศัยกฎของความน่าจะเป็นในการอธิบาย ผลการวิจัยให้มีความแม่นยำและเชื่อถือได้ หนังสือเล่มนี้เป็นความพยายามของ ผู้เขียนที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้วิจัยที่ต้องการทำการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์ ให้ทำงานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นการวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐ

เอกสารอ้างอิง

เทียนฉาย กีระนันทน์. (2544). สังคมศาสตร์วิจัย. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2541). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.

ขอบคุณข้อมูลดีๆ 

  1. รับทำวิจัย
  2. หลักการเบื้องต้นวิจัยรัฐศาสตร์
  3. พื้นฐานวิจัยรัฐศาสตร์
  4. รับทำวิจัยรัฐศาสตร์

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย