Search
Close this search box.
Search
Close this search box.

ทำไมวิจัยปริญญาเอกจึงยากกว่าปริญญาโท

ทำไมวิจัยปริญญาเอกจึงยากกว่าปริญญาโท

แม้ว่าในปัจจุบันหลักสูตรปริญญาเอกจำนวนมาก จะมีการมุ่งเน้นเฉพาะการทำวิจัย แต่ก็ยังคงมีหลายหลักสูตร หลายสาขา ที่ยังคงต้องมีทั้งการเรียนควบคู่กับการทำดุษฎีนิพนธ์ (Dissertation) และมีคำถามสำคัญคือ ทำไมวิจัยปริญญาเอกจึงยากกว่าปริญญาโท? 
สำหรับงานวิจัยระดับปริญญาเอก โดยทั่วไปมุ่งเน้นในเรื่องของ การสร้างความรู้ใหม่ ในขณะที่งานวิจัยระดับปริญญาโท มุ่งเน้น การพัฒนาความเชี่ยวชาญในความรู้ที่มีอยู่แล้ว นิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาเอก จำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับความคลุมเครือหรือสับสนอย่างมาก โดยไม่มีคำตอบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ต้องตีพิมพ์บทความที่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และต้องอดทนต่อความเครียดทางจิตใจในขณะที่ต้องรับมือกับอัตราความล้มเหลวที่สูง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการทำงานที่เป็นต้นฉบับอย่างแท้จริง  
ทำไมวิจัยปริญญาเอกจึงยากกว่าปริญญาโท
ทำไมวิจัยปริญญาเอกจึงยากกว่าปริญญาโท
ความแตกต่างพื้นฐาน ในด้านความยากระหว่างสองหลักสูตรนี้ สรุปได้จากปัจจัยสำคัญได้ดังต่อไปนี้:
  • การสร้างสรรค์กับการบริโภค: โดยทั่วไปแล้วการเรียน การศึกษา รวมถึงการวิจัยในระดับ ปริญญาโทต้องการให้ผู้เรีียน พิสูจน์ว่ามีความเข้าใจวรรณกรรมปัจจุบัน และสามารถประยุกต์ใช้วิธีการวิจัยที่ได้รับการยอมรับ ในขณะที่การเรียนในระดับปริญญาเอกต้องการให้ผู้เรียนว่าระบุช่องว่างในวรรณกรรมนั้นและสร้างผลงานที่เป็นต้นฉบับในสาขาเฉพาะของคุณ  
  • ความคลุมเครือหรือไม่มีคำตอบที่ชัดเจน: เนื่องจากโครงการวิจัยปริญญาเอกเป็นการบูรณาการความรู้หรือผลงานวิจัยขึ้นมาใหม่ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นอาจารย์ที่ปรึกษา หรือแม้แต่คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ จึงไม่ทราบคำตอบสุดท้ายเช่นกัน หากการทดลองล้มเหลวหรือแบบจำลองทางทฤษฎีล้มเหลว เป็นหน้าที่ของผู้เรียนหรือผู้ทำดุษฎีนิพนธ์เอง ที่จะต้องคิดค้นวิธีแก้ไขด้วยตนเอง  และมีจำนวนมากที่นำไปสู่ความล้มเหลว และต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการลองผิดลองถูก 
  • ความคาดหวังในการตีพิมพ์:  ปัจจุบันนักศึกษาปริญญาเอกถูกคาดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าจะต้องตีพิมพ์ผลงานในวารสารวิชาการที่มีมาตรฐานสูง เช่น ISI หรือ SCOPUS และผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ  ก่อนที่จะส่งดุษฎีนิพนธ์ ซึ่งรวมถึงการรับมือกับการถูกปฏิเสธและการวิจารณ์อย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ ด้วย
  • ความเครียดทางจิตใจและสติปัญญา: บ่อยครั้งที่ผู้เรียน อาจกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลกในสาขาเฉพาะทางที่แคบมาก ซึ่งอาจทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวทางปัญญา นอกจากนี้ การขาดตารางเวลาที่แน่นอน เป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไป และการวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เรียนระดับปริญญาเอก ต้องอาศัยความแข็งแกร่งทางจิตใจอย่างมาก
วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท แสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักศึกษา ในการสังเคราะห์งานวิจัยที่มีอยู่และนำแนวคิดที่ได้รับการยอมรับมาประยุกต์ใช้เพื่อตอบคำถามเฉพาะเจาะจงในทางตรงกันข้าม วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก ต้องการให้ผู้เรียนทำการวิจัยต้นฉบับอย่างกว้างขวางเพื่อสร้างความรู้และทฤษฎีใหม่ ๆ ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตของสาขาวิชาการที่ศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ.
ความแตกต่างด้านเทคนิคและขอบเขต ของการวิจัยระหว่างวิจัยปริญญาเอกและปริญญาโท
แม้ว่าข้อกำหนดจะแตกต่างกันไปตามสถาบันของคุณ แต่ความแตกต่างหลักระหว่างทั้งสองอย่างมีรายละเอียดดังต่อไปนี้:
ขอบเขตและความลึก
  • วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท:เน้นคำถามวิจัยที่แคบลงและประยุกต์ใช้ได้จริงมากขึ้น เป็นการทดสอบความเชี่ยวชาญของคุณในวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและความสามารถในการใช้ระเบียบวิธีวิจัย
  • วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก:ต้องเป็นการศึกษาค้นคว้าที่กว้างขวางและครอบคลุมในหัวข้อเฉพาะ ต้องระบุช่องว่างสำคัญในงานวิจัยปัจจุบันและนำเสนอผลงานที่มีสาระสำคัญและเป็นอิสระต่อสาขานั้น ๆ 
ความยาวและรูปแบบ
  • วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท:โดยทั่วไปจะมีจำนวนหน้าตั้งแต่50 ถึง 100 หน้า (หรือประมาณ 10,000 ถึง 25,000 คำ) และใช้เวลาในการทำประมาณสองสามเดือนถึงหนึ่งปี
  • วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก:มีความยาวมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยมักมีความยาวตั้งแต่150 ถึงมากกว่า 300 หน้า (40,000 ถึง 90,000 คำขึ้นไป) และต้องใช้เวลาหลายปีในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และเขียนให้เสร็จสมบูรณ์ [1, 2]
การสอบป้องกันของปริญญาโทและปริญญาเอก
  • วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท: โดยทั่วไปจะได้รับการตรวจสอบและให้คะแนนภายในโดยคณะกรรมการขนาดเล็กประกอบด้วยอาจารย์ 2-3 ท่าน การสอบป้องกันวิทยานิพนธ์มักเป็นการนำเสนอหรือการอภิปรายที่ไม่เป็นทางการมากนัก
  • วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก: ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากคณะกรรมการที่มีสมาชิก 4-5 คนขึ้นไป ซึ่งต้องมีผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอกสถาบันอื่นรวมอยู่ด้วย ขั้นตอนสุดท้ายคือการสอบปากเปล่าอย่างเป็นทางการ ( viva voce ) ซึ่งกินเวลานานหลายชั่วโมง โดยคุณจะต้องปกป้องวิธีการวิจัยและผลการวิจัยของคุณจากการซักถามอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการ
กล่าวโดยสรุป วิจัยระดับปริญญาโท เน้นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีและการแก้ปัญหา โดยมักเป็นการต่อยอดองค์ความรู้เดิม ขณะที่วิจัยระดับปริญญาเอก มุ่งเน้นการสร้าง องค์ความรู้ใหม่ (Novelty/Innovation) ซึ่งต้องท้าทายกรอบความคิดเดิม (Paradigm shift) ผ่านกระเบียบวิธีวิจัยที่ซับซ้อนและลึกซึ้งกว่า  
ความแตกต่างหลักสามารถสรุปได้ดังนี้:

ประเด็นเปรียบเทียบปริญญาโท (Master’s Degree)ปริญญาเอก (Doctoral Degree – Ph.D.)
เป้าหมายหลักประยุกต์ใช้ความรู้ ทดสอบทฤษฎี และพัฒนาทักษะการวิจัยขั้นสูงค้นพบนวัตกรรม สร้างองค์ความรู้ หรือทฤษฎีใหม่ระดับโลก
ความลึกของงานแก้ปัญหาเฉพาะจุดหรือวิเคราะห์ประเด็นใดประเด็นหนึ่งศึกษาเชิงลึกแบบองค์รวมและครอบคลุมรอบด้าน
ความใหม่ (Novelty)ต่อยอด หรือทำซ้ำในบริบทใหม่ค้นพบแนวคิด วิธีการ หรือสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ระเบียบวิธีวิจัยใช้เครื่องมือและกระบวนการที่เป็นมาตรฐานตามสาขาวิชาออกแบบระเบียบวิธีวิจัยเองที่ซับซ้อน เพื่อพิสูจน์สมมติฐานใหม่
การตีพิมพ์มักตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ (National Journal) หรือเพื่อจบการศึกษาตามเกณฑ์บังคับตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ (International Journal) ที่มี Impact Factor สูง

ทั้งนี้ การค้นคว้าข้อมูลทั้งสองระดับสามารถเข้าถึงแนวทางและแหล่งอ้างอิงมาตรฐานระดับประเทศได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หรือติดตามความเคลื่อนไหวงานวิจัยระดับสากลได้ผ่านฐานข้อมูล ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI)

 

หากคุณกำลังตัดสินใจหรือมีปัญหา เกี่ยวกับการทำวิจัยปริญญาเอก (Dissertation) หรือวิจัยปริญญาโท (Thesis) รวมไปถึงเกี่ยวกับเส้นทางการศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา :

  • คุณกำลังพิจารณาเรียนในสาขาวิชาหรือด้านใด อยู่?
  • คุณมุ่งหวังที่จะก้าวหน้าในสายอาชีพหรือ มุ่งหวังที่ จะทำงานด้านวิชาการ/งานวิจัยหรือไม่?

สามารถสอบถาม ปรึกษาพูดคุยกับเราเพื่อรับคำแนะนำที่ดีสำหรับคุณได้ทุกเมื่อ รับการติดต่อ 

อ่านเพิ่มเติม  เทคนิควิจัยปริญญาเอก

รับทำวิจัยการเงิน รับทำวิจัยปริญญาโทการเงิน ปริญญาเอกการเงิน
รับทำวิจัยการเงิน รับทำวิจัยปริญญาโทการเงิน ปริญญาเอกการเงิน

 

รับทำวิจัย รับวิเคราะห์ spss
รับทำวิจัย รับวิเคราะห์ spss