การเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัย (Conceptual Framework)

เทคนิคการเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัย สำหรับการทำวิจัย วิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์ สารนิพนธ์ และงานวิจัยทุกประเภท

การเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัย เป็นสิ่งสำคัญของการทำวิจัย ขณะเดียวกันก็มักจะเป็นปัญหาสำหรับการทำวิจัยด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักวิจัยมือใหม่ นักวิจัยที่ยังไม่ตกผลึกหรือยังไม่เกิดความคิดรวบยอดในเนื้อหาสาระสำคัญของงานวิจัยที่ทำ  ทำให้การเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัยไม่ถูกต้อง หรือ ไม่สมบูรณ์ ทำให้ผู้อ่านหรือแม้แต่ตัวผู้ทำวิจัยเองมองไม่เห็นสาระสำคัญซึ่งเป็นแนวคิดรวบยอดสำหรับการทำวิจัยนั้น

การเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัย รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์
เทคนิคการเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัย

เคล็ดลับ การเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัย มีรายละเอียดที่สำคัญ

เทคคิดและเคล็ดลับของการเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัย ที่ถูกต้อง สมบูรณ์แบบ จะต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจนิยามหรือความหมายของกรอบแนวคิดงานวิจัย เพื่อให้สามารถทำงานในขั้นตอนนี้ได้อย่างถูกต้อง

ความหมายของกรอบแนวคิดงานวิจัย

กรอบแนวคิดงานวิจัย คือ ขั้นตอนสำคัญของกระบวนการทำวิจัย ด้วยการนำตัวแปรซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการทำวิจัยมาทำการเชื่อมโยงกับแนวคิด ทฤษฎี รวมไปถึงงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Related Research) ในรูปของคำบรรยาย แบบจำลอง แผนภาพ หรือแม้แต่การผสมผสานระหว่างการวางตัวอักษรและรูปภาพ

ลักษณะที่ดีของกรอบแนวคิดงานวิจัย

กรอบแนวคิดสำหรับงานวิจัยที่ดี จะต้องมีความกระชับ เข้าใจง่าย สามารถแสดงถึงทิศทางและความเชื่อมโยงหรือความสัมพันธ์ของปัจจัยหรือตัวแปรที่ต้องการที่จะทำวิจัยหรือต้องการศึกษา  โดยตัวแปรที่ต้องการจะทำวิจัยนั้น จะต้องสามารถใช้เป็นกรอบในการกำหนดขอบเขตของการทำวิจัย วิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์ได้  เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเครื่องมือสำหรับการทำวิจัย รูปแบบการทำวิจัย รวมไปถึงวิธีการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล

หลักสำคัญ การเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัย

  1. ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) หรือตัวแปรต้น  จะต้องเขียนไว้ด้านซ้ายมือ และต้องมีการใส่กรอบสี่เหลี่ยมไว้ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถจำแนกตัวแปรที่ต้องการทำวิจัยได้อย่างชัดเจน ไม่สับสน
  2. ตัวแปรตาม (Dependent Variable) จะต้องเขียนไว้ด้านขวามือ และเช่นเดียวกับตัวแปรอิสระ คือต้องมีการใส่กรอบสี่เหลี่ยมไว้เช่นกัน เพื่อให้สามารถจำแนกตัวแปรที่ต้องการศึกษาได้
  3. มีการเขียนลูกศรเชื่อมโยงจากตัวแปรอิสระแต่ละตัว มายังตัวแปรตาม โดยจะต้องมีการโยงลูกศรให้ครบทุกตัวแปร หรือตัวแปรทุกคู่ที่ศึกษา

ทั้งนี้  กรอบแนวคิดสำหรับงานวิจัย  จะเป็นผลสรุปจากการศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคำหลัก(Keyword) ที่อยู่ในชื่อเรื่องหรือหัวข้อวิจัย (Research Topic/Thesis Topic) ซึ่งนักวิจัยหรือนักศึกษาที่เสนอหัวข้อวิจัยและมีการทำโครงร่างหรือเค้าโครงที่สรุปเป็นแนวคิดของตนเองสำหรับการดำเนินการวิจัย  โดยทั่วไปก่อนที่จะมีการกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัยนี้  นักศึกษาหรือนักวิจัยจะต้องมีการทบทวน รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ แนวคิด หลักเกณฑ์ หลักการ ทฤษฎี และงานวิจัยในอดีตที่เคยทำไว้และเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตนทำ ว่ามีงานวิจัยและทฤษฎีใดบ้างที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการวางแผนการทำวิจัยของตน

นอกจากนี้ กำหนดกรอบแนวคิดวิจัยในส่วนของ เนื้อหาสาระซึ่งประกอบด้วยตัวแปร  พร้อมทั้งการระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสำหรับการวิจัยเชิงพรรณา (Descriptive research) ซึ่งกรอบแนวคิดในการวิจัยอาจมีเฉพาะการระบุเฉพาะตัวแปรเหล่านั้นว่ามีตัวแปรอะไรที่จะนำมาศึกษา กรอบแนวคิดดังกล่าว   จึงเปรียบเสมือนขอบเขตทางด้านเนื้อหาสาระของการวิจัย  สำหรับการวิจัยประเภทอธิบาย (Fxplanatory Research) กรอบแนวคิดของการวิจัยมีการระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยกรอบแนวคิดคือการประมวลความคิดรวบยอดของงานวิจัย   ว่างานวิจัยที่กำลังทำอยู่นี้ มีตัวแปรอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ศึกษาเป็นอย่างไร อะไรเป็นตัวแปรอิสระ อะไรเป็นตัวแปรตาม

แหล่งที่มาของกรอบแนวคิดการวิจัย

 1.    ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  สิ่งสำคัญที่สุด และมีความจำเป็นอย่างมาก หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเขียนกรอบแนวคิดสำหรับงานวิจัยที่ถูกต้องและสมบูรณ์  จะต้องประกอบด้วยแนวคิดที่รัดกุม ชัดเจน มีเหตุมีผล  ซึ่งผู้วิจัยจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษาทฤษฎีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นหรือคำหลัก (Keyword) ที่อยู่ในหัวข้อวิจัยทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยในสาขาใด แขนงใด  ไม่ว่าจะเป็นบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์  รัฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ บริหารการศึกษา  หรือในสาขาสาธารณสุขและการแพทย์ ตลอดจนวิจัยด้านสังคมศาสตร์อื่น ๆ ทั้งนี้เพราะไม่เพียงแต่จะได้ตัวแปรต่างๆ เท่านั้น ยังได้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรกับปรากฏการณ์ที่ศึกษาอย่างมีเนื้อหาสาระ คำอธิบายหรือข้อสรุปต่างๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์หรือสรุปผลจะได้มีความหนักแน่นในเชิงทฤษฎี ดังนั้นการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องนอกจากจะชี้ให้เห็นถึงตัวแปรใดสำคัญและมีความสัมพันธ์กันอย่างไรแล้ว ยังทำให้กรอบแนวคิดในการวิจัยมีแนวทางที่ชัดเจนและมีเหตุผล

 2.    ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง  หมายถึงงานวิจัยที่ผู้อื่นได้ทำมาแล้วมีประเด็นตรงกับประเด็นที่เราต้องการศึกษา หรือมีเนื้อหา หรือตัวแปรบางตัวที่ต้องการศึกษารวมอยู่ด้วย งานวิจัยที่เกี่ยวข้องนั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในสาขาทางการพยาบาลเท่านั้น แต่อาจจะอยู่ในสาขาอื่นๆ ด้วย ดังนั้นผู้วิจัยควรมุ่งศึกษาว่าผู้ที่ได้ทำวิจัยมาแล้วมองเห็นว่า ตัวแปรใดมีความสำคัญหรือไม่อย่างไรกับปรากฏการณ์หรือประเด็นที่เราต้องการศึกษา หรือบางตัวแปรอาจจะไม่เกี่ยวข้องแต่ผู้วิจัยไม่ควรตัดทิ้ง เพราะสามารถนำมาศึกษาวิเคราะห์เพื่อยืนยันต่อไปว่า มีหรือไม่มีความสำคัญในกลุ่มประชากรที่ศึกษาอยู่

  3.   กรอบแนวคิดของผู้วิจัยเองที่สังเคราะห์ขึ้นเอง นอกจากการศึกษาผลงานวิจัยและทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้ว กรอบแนวคิดยังจะได้มาจากความคิดและประสบการณ์การทำงานของผู้วิจัยเองอีกด้วย

หลักการเลือกและประโยชน์ของกรอบแนวคิดในการวิจัย

กรอบแนวคิดที่ดีควรจะเป็นกรอบแนวคิดที่ตรงประเด็นในด้านเนื้อหาสาระตัวแปรที่ต้องการศึกษา  มีความสอดคล้องกับความสนใจในเรื่องที่วิจัย  มีความง่ายและไม่สลับซับซ้อนมาก  และควรมีประโยชน์ในเชิงนโยบายหรือการพัฒนาสังคม   กรอบแนวคิดที่จะนำมาใช้ในการวิจัยจะมีประโยชน์ต่อการดำเนินการวิจัยขั้นต่อ ๆ ไป  โดยเฉพาะในขั้นการรวบรวมข้อมูล  ขั้นการออกแบบการวิจัย  ขั้นการวิเคราะห์  และการตีความหมายผลการวิเคราะห์

การนำเสนอกรอบแนวคิดในการวิจัย

การนำเสนอกรอบแนวคิดงานวิจัย
การนำเสนอกรอบแนวคิดงานวิจัย

สำหรับการนำเสนอกรอบแนวคิดงานวิจัย  นักวิจัยอาจเลือกทำได้ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

1.     การนำเสนอกรอบแนวคิดงานวิจัยด้วยการเขียนบรรยาย  ด้วยการระบุตัวแปรที่ศึกษาและความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ศึกษาวิจัย

2.     การนำเสนอด้วยการเขียนแบบจำลองหรือสัญลักษณ์และสมการ

3.     การเขียนแผนภาพ แสดงตัวแปรต่างๆ และความสัมพันธ์ระหว่าง ตัวแปร

4.     การเขียนแบบผสมผสาน

หลักเกณฑ์ การเขียนกรอบแนวคิดในการวิจัย

1.     ตัวแปรแต่ละตัวที่เลือกมาศึกษา หรือที่นำเสนอไว้ในกรอบแนวคิดในการวิจัยต้องมีพื้นฐานเชิงทฤษฏีว่ามีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการศึกษา

2.     มีความตรงประเด็นในด้านเนื้อหาสาระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านตัวแปรอิสระหรือตัวแปรที่ใช้ควบคุม

3.    มีรูปแบบสอดคล้องกับความสนใจ หรือ วัตถุประสงค์ของการวิจัย

4.    ระบุรายละเอียดของตัวแปรและหรือสามารถแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรได้ชัดเจนด้วยสัญลักษณ์หรือแผนภาพ

หลักในการเลือกกรอบแนวคิด
การเขียนกรอบแนวคิดงานวิจัย
หลักในการเลือกกรอบแนวคิดงานวิจัย

หลักสำคัญในการเลือกกรอบแนวคิดในการวิจัยทางการพยาบาล มีอยู่ด้วยกัน 4 ประการ คือ

1.    ความตรงประเด็น กรอบแนวคิดที่ตรงประเด็นของการวิจัย กล่าวคือ มีความตรงประเด็นในด้านเนื้อหา ซึ่งพิจารณาได้จากเนื้อหาของตัวแปรอิสระหรือตัวแปรที่ใช้ควบคุม และระเบียบวิธีที่ใช้ในการวิจัย ในกรณีที่มีแนวคิดหลายๆ แนวตรงกับหัวข้อเรื่องที่ผู้วิจัยต้องการศึกษา ผู้วิจัยควรเลือกแนวคิดที่ตนเองคิดว่าตรงกับประเด็นที่ต้องการศึกษามากที่สุด

2.    ความง่ายและไม่สลับซับซ้อน กรอบแนวคิดที่ควรจะเลือกควรเป็นกรอบที่ง่ายแก่การเข้าใจ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน หากมีทฤษฎีหลายทฤษฎีที่จะนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิด ผู้ที่ทำวิจัยควรเลือกทฤษฎีที่ง่ายที่สุดที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่ต้องการศึกษาได้พอๆกัน

3.    ความสอดคล้องกับความสนใจ กรอบแนวคิดที่ใช้ควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวแปร หรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่สอดคล้องกับความสนใจของผู้ที่จะทำการวิจัย

4.    ความมีประโยชน์ต่อการปฏิบัติการการวิจัยนั้นควรมีกรอบแนวคิดสะท้อนถึงประโยชน์ที่สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลด้วย

วิธีการสร้างกรอบแนวคิด

สำหรับเทคนิคการสร้างกรอบแนวคิดงานวิจัย ซึ่งเป็นกระบวนการในส่วนของการสรุปงานวิจัยในภาพรวม หรือเป็นการฉายภาพรวมของวิจัยที่กำลังทำนั้น   ซึ่งควรมีแนวคิดที่สำคัญ  และมีการเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง  มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ทิศทางไหน เป็นต้น  โดยตัวผู้วิจัยต้องนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อให้ได้ข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปัญหาวิจัยจริงๆ สิ่งสำคัญคือ ผู้วิจัยจำเป็นต้องศึกษาความรู้ในทฤษฎีนั้นๆ ให้มากพอ ทำความเข้าใจทั้งความหมายแนวคิดที่สำคัญของสมมติฐานจนสามารถเชื่อมโยงในเชิงเหตุผลให้เห็นเป็นกรอบได้อย่างชัดเจน การเชื่อมโยงของแนวคิดนี้ บางแห่งเรียกว่า รูปแบบ หรือตัวแบบ (model)

วิธีการสร้างกรอบแนวคิด

วิธีการสร้างกรอบแนวคิดสำหรับงานวิจัย รวมไปถึงงานวิจัยประเภท วิทยานิพนธ์ และ ดุษฎีนิพนธ์ หรือวิจัยปริญญาเอก สามารถทำได้ 2 รูปแบบ ได้แก่

รูปแบบที่1 โดยการสรุปประเด็นต่างๆ จากข้อมูลที่ผู้วิจัยได้ศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องให้กระจ่าง

รูปแบบที่2  กำหนดจากกรอบทฤษฎีที่มีใช้ เป็นส่วนสำคัญในการศึกษาวิจัย ในขอบเขตของเอกสารและงานวิจัยที่ได้ศึกษา เช่น การนำทฤษฎีการพยาบาลของรอย โอเร็ม มาใช้เป็นกรอบการวิจัยในการวิจัยเชิงบรรยายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาตัวแปร กรอบแนว คิดมักจะเป็นในลักษณะที่ 1 คือการสรุปประเด็นข้อมูล ส่วนในการวิจัยทดลอง จะต้องมีพื้นฐานทฤษฎี หลักการของการวิจัยที่ชัดเจน การกำหนดกรอบแนวคิดมักจะเป็นลักษณะที่ 2

วิธีการเขียนกรอบแนวคิด

การเขียนกรอบแนวคิดให้ถูกต้องและสมบูรณ์นั้น   ผู้วิจัยจำเป็นต้องเขียนเพื่อแสดงทิศทางของความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรในกรอบแนวคิดในการวิจัยของตนให้ชัดเจน  โดยอาศัยขอบเขตของเอกสารและงานวิจัยที่ศึกษา อาจเขียนไว้ท้ายก่อนหน้าส่วนของการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง(ท้ายบทที่ 1) หรือ ท้ายส่วนของการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง(ท้ายบทที่ 2) ก็ได้ รูปแบบการเขียนทำได้ 3 ลักษณะ คือ

1. เขียนแบบบรรยายต่อเนื่องกันโดยไม่แยกหัวข้อ ความยาวของการเขียนประมาณ 1 หน้ากระดาษ

2. เขียนเป็น แผนภูมิ แสดงความสัมพันธ์และทิศทางระหว่างตัวแปรที่ศึกษา หรือ

3. เขียนเป็นแผนภูมิประกอบคำบรรยายเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ถ้ามีตัวแปรหลายตัว หรือตัวแปรมีความสัมพันธ์สลับซับซ้อน

รูปแบบการนําเสนอกรอบแนวคิดในการวิจัย

ดังที่ได้ กล่าวมาแล้วในหัวข้อแรกๆ ว่า กรอบแนวคิดในการวิจัยห เป็นการระบุความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปรชุดต่างๆ เป็นอย่างไร  ดังนั้น กรอบแนวคิดในการวิจัย จึงมีความแตกต่างจากขอบเขตของการวิจัย    ซึ่งผู้วิจัยจะพบเห็นการวางกรอบแนวคิดในการวิจัยไว้ หลายที่ด้วยกัน  วิทยานิพนธ์บางเล่มมีการนําเสนอกรอบแนวคิดในบทที่ 1  แต่การนําเสนอที่มีเหตุผลควรนําเสนอในบทที่ 2    เพราะกรอบแนวคิดในการวิจัยไม่ได้เกิดขึ้นจากคาดเดา การมโน หรือสูญญากาศ หรือ สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ หากแต่เกิดจากการศึกษาแนวคิดทฤษฎีต่าง ๆ รวมทั้งงานวิจัยที่มีมา

อ้างอิง :

1 / 2 / 3 / 4 / 5