การทำวิจัยรปศ.

การทำวิจัยรปศ.  วิจัยรัฐประศาสนศาสตร์

วิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ หรือ นิยมเรียกสั้นๆ การทำวิจัยรปศ. มีลักษณะคล้ายคลึงกับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ โดยเฉพาะระเบียบวิธีวิจัย ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดปัญหาใน การวิจัย วัตถุประสงค์การวิจัย การทบทวนวรรรกรรมและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง การตั้งสมมติฐานการวิจัย การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง การออกแบบการวิจัย การสร้างมาตรวัด การสร้างเครื่องมือในการเก็บข้อมูล การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล เพียงแต่เนื้อหาสาระ  และขอบเขตที่ศึกษานั้นแตกต่างกันตามลักษณะของศาสตร์ที่ศึกษา

การศึกษาในสาขารัฐศาสตร์นั้น จะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง การปกครอง การเข้าสู่อำนาจ การลงจากอำนาจ  ขณะที่ การศึกษาในสาขา รัฐประศาสนศาสตร์ เป็นการศึกษาเรื่องการบริหาร การบริหารภาครัฐทั้งหมด  สำหรับประเทศไทยจะเรียนเรื่องการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น สาขาเอกย่อยๆ

1.นโยบายสาธารณะ

2. การบริหารทรัพยากรมนุษย์

3.องค์การและการจัดการ

4.กระบวนการยุติธรรม

นอกจากนี้  ในหลักสูตรด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ยังเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ Thailand 4.0 ประชาคมอาเซียน ทักษะทางด้านภาษาและเทคโนโลยีทางด้านไอที เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานของบัณฑิตในอนาคต

ตัวอย่างหัวข้อวิจัยสาขารัฐประศาสนศาสตร์  การทำวิจัยรปศ

  
1การควบคุมกระบวนการจัดเก็บภาษีสุรากลั่นชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ = Control of community liquor tax collection in Chiang Mai Province / ไพศาล จั่นพลอย / 2555 /Full Text
2การประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของลูกจ้างชั่วคราว โรงพยาบาลจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ = Performance assessment of temporary employees at Chomtong Hospital, Chiangmai Province / ทัชชา ชาววังฆ้อง / 2555 /Full Text
3การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการพื้นที่ป่าในตำบลแม่กิ๊ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน = Community participation in forest management in Mae Ki Sub-district, Khun Yuam District, Mae Hong Son Province / วิเชียร บุญระชัยสวรรค์ / 2555 /Full Text
4การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น ขององค์การบริหาร ส่วนตำบลสบปราบ จังหวัดลำปาง = Community participation in local health insurance fund management of Sob Prab Tambon Administrative Organization, Lampang Province / นิเวช เตชะบุตร / 2555 /Full Text
5การศึกษาเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจเรื่องรัฐบาล อิเล็กทรอนิกส์และระดับธรรมาภิบาลของบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างของเทศบาลใน จังหวัดเชียงใหม่ = A Comparative study of knowledge and understanding in e-Government and level of good governance of staff working in the procurement among municipalities in Chiang Mai province / ไพรวัลย์ วงศ์พรหมศิลป์ / 2555 /Full Text
6ความเป็นไปได้ของการดำเนินโครงการโฉนดชุมชนของบ้านใหม่ป่าฝาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน = Feasibility of community title deed project of Ban Mai Pah Fang Village, Pahsang District, Lumphun Province / พวงเพชร อรทัย / 2555 /Full Text
7บทบาทของผู้นำชุมชนในกระบวนการเรียนรู้การจัดการป่าชุมชนบ้านหัวทุ่ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ = Role of community leaders in learning process for community forest management in Hua Thung Village, Chiang Dao District, Chiang Mai Province / อรดาวัลย์ ธนาวุฒิ / 2555 /Full Text
8ประเมินมาตรฐานการให้บริการของสถานีขนส่งผู้โดยสาร ภายใต้การกำกับดูแลของเทศบาลนครลำปาง = Evaluation of service rendering of bus terminal under the supervision of Lampang municipality / อารีย์ ปะจะกุล / 2555 /Full Text
9ปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จในการพัฒนาชุมชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนบ้านม่อนหินแก้ว ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
10ปัญหาและอุปสรรคของความร่วมมือดาเนินการตาม โครงการบูรณาการภาคสังคมระหว่างเรือนจา จังหวัดลาพูนกับเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
11ปัญหาและอุปสรรคในการขอรับการพิจารณาลงรายการสัญชาติไทยของบุคคลบนพื้นที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
12พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่เทศบาลนครลำปางในการจัดทำแผนพัฒนาสามปี = Behavior of Lampang Municipality Officers in formulating 3-year development plan / ญาดา ณ วงค์จันทร์ / 2555 /Full Text
13รูปแบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ของศูนย์แสงอรุณ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
14แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานของข้าราชการสังกัดสำนักงานสรรพากร พื้นที่เชียงใหม่ 2 
15ลักษณะบุคคลตามทฤษฎีธาตุกับภาวะผู้นำของบุคลากรโรงพยาบาลวังชิ้น 
16โอกาสและความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริ ในบริเวณทะเลสาบดอยเต่า อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ 

 ตัวอย่างการเขียนที่มาและความสำคัญของปัญหา   สำหรับการทำวิจัยรปศ

วิจัยเรื่อง การมีส่วนร่วมในการดำเนินตามหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของหมู่บ้านท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ : กรณีศึกษา หมู่บ้านไทรน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลักสำคัญประการหนึ่งของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยรวมทั้งเป็นลักษณะและเงื่อนไขที่สำคัญประการหนึ่งของการบริหารจัดการที่ดี คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน  ซึ่งแนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชน (people’s participation) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529)  รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยได้กำหนดให้ พ.ศ.2558 เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย 2558 (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 2559)

ทั้งนี้ เป้าหมายการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะต่อไปจะไม่มุ่งเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว แต่จะเน้นการพัฒนาเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นมากขึ้น  มีการคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชน สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างให้เกิดความสมดุลและการพัฒนาที่ยั่งยืน
จากที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้พบว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความสมดุลและการพัฒนาตามหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาการมีส่วนร่วมในการด าเนินตามหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถนำผลการศึกษาไปใช้ในการส่งเสริม พัฒนา และปรับปรุงรูปแบบการท่องเที่ยว

แหล่งที่มาของปัญหาการวิจัย

➢1. จากการอ่านเอกสาร ได้แก่ ตำรา บทความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผู้วิจัยสนใจ โดยเฉพาะที่กล่าวถึงทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตนสนใจ ทฤษฎีจะช่วยชี้นำว่ามีสิ่งใดที่ควรทำวิจัย หรือในบางกรณีผู้วิจัยอาจสงสัยว่า สิ่งที่กล่าวไว้เป็นทฤษฎีในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นจะนำไปใช้ได้จริงหรือไม่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไป ผู้วิจัยก็อาจทำการวิจัยเพื่อตรวจสอบดูผลที่เกิดขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจนำทฤษฎีไปใช้ กรณีต่างๆ นี้ก็จะทำให้ได้หัวข้อปัญหาการวิจัยได้
➢2. จากการอ่านงานวิจัยที่มีผู้อื่นทำไว้แล้ว เช่น วารสารวิจัยต่าง ๆ และปริญญานิพนธ์ต่างๆ เป็นต้น ข้อค้นพบที่ได้จากการทำวิจัย และข้อเสนอแนะที่ผู้วิจัยให้ไว้จะเป็นแนวทางท าให้ได้แนวความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่จะทำวิจัยได้

➢3. จากการอ่านบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ หรือบทคัดย่อรายงานการวิจัย ที่ได้รวบรวมไว้เป็นเล่มของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานวิจัยต่างๆ จะทำให้เกิดแนวความคิดที่จะเลือกหัวข้อปัญหาวิจัยได้ นอกจากนี้ยังได้ทราบว่ามีงานวิจัยอะไรบ้างที่ผู้อื่นทำไว้แล้วซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในหัวข้อปัญหาวิจัย
➢4. จากประสบการณ์ของผู้วิจัยเอง อาจได้จากปัญหาในการทำงานของผู้วิจัยเอง
➢5. จากข้อเสนอหรือข้อคิดของผู้รู้ผู้ชำนาญ ที่คลุกคลีกับงานวิจัยในสาขาวิชาที่ตนสนใจ เช่น อาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่ทำการวิจัยมานาน เป็นต้น
➢6. จากการวิเคราะห์แนวโน้มของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และข่าวสารต่างๆ โดยพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคม ตามสภาพเวลาและเทคนิควิทยาการต่างๆ

➢7. จากข้อโต้แย้งหรือการวิพากษ์วิจารณ์ของบุคคล ที่อยู่ในวงการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ตรงกับเรื่องที่ผู้วิจัยกำลังสนใจอยู่
➢8. จากการจัดสัมมนา และมีการอภิปรายปัญหาต่าง ๆ ในเรื่องที่ตรงกับที่ผู้วิจัยสนใจ เมื่อนำมาคิดพิจารณาอาจทำให้ได้แนวความคิดอันจะทำให้ได้หัวข้อปัญหาการวิจัยได้
➢9. ศึกษาปัญหาจากสถาบันหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีการทำวิจัย หรือบุคคลที่กำลังทำวิจัยอยู่ อาจทำให้ได้แนวความคิดอันจะทำให้ได้หัวข้อปัญหาวิจัยได้

รับทำวิจัย รปศ.
การทำวิจัยรปศ  การทำวิจัยรปศ. วิทยานิพนธ์รปศ.

 

อ้างอิง :

  1. การทำวิจัยรัฐศาสตร์
  2. เทคนิคการทำวิจัยด้านรัฐศาสตร์
  3. หัวข้อวิจัยด้านรัฐประศาสนศาสตร์
  4. การทำวิจัยรัฐศาสตร์
รับทำวิจัยรปศ รับทำวิจัยรัฐประศาสนศาสตร์
การทำวิจัยรปศ วิจัยรัฐประศาสนศาสตร์