เทคนิคการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง

เทคนิคการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง การสร้างแบบจำลองสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM) เป็นการวิเคราะห์เชิงปริมาณด้วยสถิติขั้นสูง  เทคนิคการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง เป็นเทคนิคหลายตัวแปรที่ครอบคลุม ซึ่งผสมผสานการวิเคราะห์ปัจจัยและการถดถอยพหุตัวแปร  สำหรับการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างตัวแปรที่สังเกตได้และตัวแปรแฝง เทคนิคสำคัญได้แก่แบบจำลองสมการโครงสร้างแบบอิงความแปรปรวนร่วม (CB-SEM) ใช้สำหรับการทดสอบทฤษฎี แบบจำลองสมการโครงสร้างแบบกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM) ใช้สำหรับการคาดการณ์ และการวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis) ใช้สำหรับการสร้างแบบจำลองเชิงสาเหตุ. เทคนิคนิค SEM ที่สำคัญ แบบจำลองสมการโครงสร้างเชิงทฤษฎีแบบอิงความแปรปรวนร่วม (CB-SEM) :ใช้เป็นหลักในการยืนยันหรือปฏิเสธทฤษฎีโดยการเปรียบเทียบเมทริกซ์ความแปรปรวนร่วมของแบบจำลองเชิงทฤษฎีกับข้อมูลตัวอย่างจริง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการประมาณค่าพารามิเตอร์และการปรับแบบจำลองให้เหมาะสม วิธีการวิเคราะห์แบบจำลอง สมการโครงสร้างระดับจุลภาคแบบกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM) :เป็นวิธีการเชิงสาเหตุและการทำนายที่เพิ่มค่าความแปรปรวนที่อธิบายได้ในตัวแปรตามให้สูงสุด วิธีนี้มักนิยมใช้ในการวิจัยเชิงสำรวจ หรือเมื่อต้องจัดการกับขนาดตัวอย่างที่เล็ก หรือข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามการแจกแจงแบบปกติ การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) :เทคนิคเฉพาะของการสร้างแบบจำลองการวัดที่ใช้ทดสอบว่าตัวบ่งชี้ที่วัดได้ (ตัวแปรที่สังเกตได้) สามารถแสดงถึงตัวแปรแฝงจำนวนน้อยได้ดีเพียงใด การวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis ):เป็นส่วนขยายของการวิเคราะห์การถดถอยที่สร้างแบบจำลองผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อม (การไกล่เกลี่ย) ระหว่างตัวแปรที่สังเกตได้ ระเบียบวิธี SEM ทั่วไป แบบจำลองการถดถอยเชิงโครงสร้าง :ผสมผสาน CFA และการวิเคราะห์เส้นทางเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรแฝง การสร้างแบบจำลองเส้นโค้งการเติบโตแฝง :เทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลระยะยาวเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป การวิเคราะห์หลายกลุ่ม :ทดสอบว่าแบบจำลองโครงสร้างแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มต่างๆ (เช่น เพศ […]

เทคนิคการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง Read More »